โลกทัศน์ของอาเซียนจากภาษิต
The Worldviews of ASEAN from Proverbs

รองศาสตราจารย์ ดร.สุภาพร  คงศิริรัตน์ และคณะ
Assoc.Prof. Dr.Supaporn Kongsirirat and Others

   
 

โลกทัศน์ของคนไทยจากภาษิต
The Worldviews of Thai People from Proverbs

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วรารัชต์ มหามนตรี
Assist. Prof. Wararat Mahamontri

   
 

โลกทัศน์ของคนลาวจากภาษิต
The Worldviews of Lao people from Proverbs
รองศาสตราจารย์ ดร.สุภาพร คงศิริรัตน์
Assoc.Prof. Dr.Supaporn Kongsirirat

   
 

โลกทัศน์ของคนพม่าจากภาษิต
The Worldviews of Myanmar from Proverbs
ดร. ศิรพัชร์ ฌานเชาว์วรรธน์
มิ่ง ตันดา เตง
Dr.Sirapach Chanchaowat
Miss. Myint Thandar Thein

 

 

โลกทัศน์ของคนสิงคโปร์จากภาษิต
The Worldviews of
 Singaporean People from Proverbs
รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ เครือทอง
ผู้ช่วยศาสตราจาย์ ดร.วิไล ศิลปอาชา
Assoc. Prof.Sombat Khruathong 
Assist. Prof. Wilai Silapa-acha

   
 

โลกทัศน์ของคนอินโดนีเซียจากภาษิต
The Worldviews of Indonesian People from Proverbs

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศิริพร  มณีชูเกตุ
Assist. Prof. Siriporn  Maneechukate

   
 

 

 

 

  การศึกษาโลกทัศน์ของอาเซียนในงานวิจัยนี้ เป็นการศึกษาจากภาษิตที่มีการพิมพ์เผยแพร่ของชาติอาเซียนจำนวน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว พม่า อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ โดยอาศัยกรอบแนวคิดเรื่องการศึกษาโลกทัศน์ผ่านเจ้าของภาษิต และได้แบ่งโลกทัศน์เป็น 3 ด้าน ได้แก่ โลกทัศน์ต่อมนุษย์ (man to man) โลกทัศน์ต่อธรรมชาติ (man to nature) และโลกทัศน์ต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ (man to supernatural)
 
โลกทัศน์ของอาเซียนจากภาษิต 
รองศาสตราจารย์ ดร.สุภาพร  คงศิริรัตน์ และคณะ
 
มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาโลกทัศน์ของคนอาเซียน จำนวน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว พม่า อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ โดยศึกษาจากภาษิตของประเทศนั้น ๆ  และอาศัยกรอบของโลกทัศน์เป็นแนวทางในการศึกษา  ผลการศึกษาพบว่า คนอาเซียนส่วนใหญ่มีโลกทัศน์ทั้งต่อมนุษย์  ต่อธรรมชาติ และต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ ในด้านต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกัน เช่น คนไทย คนลาว คนพม่า และคนอินโดนีเซียจะให้ความสำคัญกับครอบครัว  เครือญาติ และการมีคู่ครอง  คนสิงคโปร์ และคนลาว ให้ความสำคัญกับผู้นำที่ทำหน้าที่ปกครองบ้านเมือง และการยอมรับบทบาทของผู้หญิงในสังคมค่อนข้างเด่นชัด  นอกจากนี้ยังพบว่า โลกทัศน์ที่คนอาเซียนมีต่อศาสนา  ส่วนใหญ่ก็มีความคล้ายคลึงเช่นกัน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาพุทธหรือศาสนาอิสลาม   ทั้งนี้ การที่คนอาเซียนมีโลกทัศน์คล้ายคลึงกันเป็นส่วนใหญ่นั้น น่าจะเป็นผลมาจากความเป็นอาเซียนที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน
 
 
โลกทัศน์ของคนไทยจากภาษิต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วรารัชต์ มหามนตรี

มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบโลกทัศน์และวิถีชีวิตของคนไทยในอดีตและปัจจุบันจากภาษิต โดยเก็บรวบรวมข้อมูลภาษิตเก่าและภาษิตใหม่จากเอกสารและสื่อต่างๆ รวมทั้งสิ้น 1,280 ภาษิต ผลการศึกษาโลกทัศน์ของคนไทยที่สะท้อนจากภาษิต ได้แก่ โลกทัศน์ต่อมนุษย์ โลกทัศน์ต่อธรรมชาติ และโลกทัศน์ต่อสิ่งเหนือธรรมชาติพบว่า คนไทยทั้งในอดีตและปัจจุบันมีโลกทัศน์ต่อมนุษย์ว่า ต้องเป็นคนดีและประพฤติตนให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่เพื่อให้เกิดความสุขความเจริญแก่ตนเองและสังคม คนไทยทั้งในอดีตและปัจจุบันมีโลกทัศน์ต่อธรรมชาติว่า เป็นสิ่งที่มีอำนาจเหนือการควบคุมของมนุษย์ มนุษย์จึงต้องเรียนรู้ลักษณะของธรรมชาติและรู้จักปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติเพื่อให้ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข ส่วนโลกทัศน์ต่อสิ่งเหนือธรรมชาตินั้นคนไทยทั้งในอดีตและปัจจุบันมองว่า สิ่งเหนือธรรมชาติมีอำนาจดลบันดาลความสุขให้แก่มนุษย์ได้หากปฏิบัติดี และบันดาลให้เกิดความทุกข์ได้หากปฏิบัติมิชอบ อย่างไรก็ตามคนไทยในปัจจุบันบางส่วนมีโลกทัศน์เกี่ยวกับบุคคล รวมถึงความเชื่อทางศาสนาและประเพณีบางประการที่ต่างไปจากในอดีตเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสังคม ส่วนวิถีชีวิตนั้นภาษิตสะท้อนให้เห็นว่า คนไทยในอดีตมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายตามฐานะทางเศรษฐกิจ มีความผูกพันใกล้ชิดกับธรรมชาติและใช้ประโยชน์จากธรรมชาติตามความจำเป็นในการดำรงชีวิต ส่วนคนไทยในปัจจุบันมีชีวิตอยู่ในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม มีเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตทำให้ต้องดิ้นรนแข่งขันเพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น   
 
 
โลกทัศน์ของคนลาวจากภาษิต
รองศาสตราจารย์ ดร.สุภาพร คงศิริรัตน์


มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาโลกทัศน์ของคนลาวจากภาษิตที่มีการพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาลาวจำนวน 8 เรื่อง โดยอาศัยกรอบของโลกทัศน์เป็นแนวทางในการศึกษา และได้แบ่งโลกทัศน์ออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ โลกทัศน์ต่อมนุษย์ โลกทัศน์ต่อธรรมชาติ และโลกทัศน์ต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ  ผลการศึกษาพบว่า โลกทัศน์ที่คนลาวมีต่อมนุษย์มีทั้งหมด 11 โลกทัศน์ได้แก่ โลกทัศน์ต่อบุคคลตามสภาพของเพศ  โลกทัศน์ต่อบุคคลตามสภาพของวัย  โลกทัศน์ต่อระบบครอบครัวและเครือญาติ  โลกทัศน์ต่อชาติตระกูลและวงศ์ตระกูล โลกทัศน์ต่อการแต่งงาน โลกทัศน์ต่อการดำเนินชีวิต โลกทัศน์ต่อจิตใจอารมณ์และความรู้สึก โลกทัศน์ต่อการศึกษา โลกทัศน์ต่อบุคคลในสังคม โลกทัศน์ต่อเศรษฐกิจ และโลกทัศน์ต่อชาติบ้านเมือง  ซึ่งทั้ง 11 โลกทัศน์ดังกล่าวนี้ มีพื้นฐานมาจาก “ฮีต-คอง” ซึ่งเป็นขนบประเพณีแบบจารีตในอดีต แล้วมาผสานหลอมรวมกับภูมิหลังด้านประวัติศาสตร์ และระบอบการเมืองการปกครองของลาวในปัจจุบัน   ส่วนโลกทัศน์ต่อธรรมชาตินั้น พบว่าคนลาวให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของธรรมชาติ กล่าวคือ มองว่าธรรมชาติคือวิถีชีวิต เป็นแหล่งทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์สำหรับมนุษย์  และธรรมชาติมีความสมดุลอยู่ในตัวเองแล้ว  แต่ผู้ที่ทำลายธรรมชาติก็คือมนุษย์ โลกทัศน์ที่คนลาวมีต่อธรรมชาตินี้ เป็นผลจากการเป็นสังคมเกษตรกรรมที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติ

นอกจากนี้การที่คนลาวมองว่าธรรมชาติเป็นแหล่งทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ ทำให้ สปป.ลาว ได้นำมาใช้เป็นทุนสะสมขั้นพื้นฐานในการผลิต โดยการแปรธรรมชาติให้กลายเป็นสินค้าเพื่อการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของประเทศให้เข้ากับเศรษฐกิจโลก   ส่วนโลกทัศน์ต่อสิ่งเหนือธรรมชาตินั้น พบว่าคนลาวนับถือพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับผี เทวดา ตำนานว่าสามารถบันดาลทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีให้แก่มนุษย์ ทั้งนี้เป็นผลจากระบบความเชื่อดั้งเดิมที่อยู่ในวิถีชีวิตของคนลาวมาเป็นเวลายาวนานนับแต่อดีต  นอกจากนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า คนลาวตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรม โดยลาวมองว่าวัฒนธรรมของลาวเป็นสิ่งที่มีคุณค่า และมีความเป็นสากลที่มิใช่จำกัดเฉพาะแค่คนลาวเท่านั้น แต่คนชาติอื่นก็สามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมด้วยเช่นกัน

 
 
โลกทัศน์ของคนพม่าจากภาษิต
ดร.ศิรพัชร์ ฌานเชาว์วรรธน์ และ มิ่ง ตันดา เตง


มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาวิเคราะห์โลกทัศน์ของคนพม่าเกี่ยวกับมนุษย์ ธรรมชาติ ศาสนาและสิ่งเหนือธรรมชาติที่สะท้อนจากสำนวนภาษิตพม่า ทั้งนี้ผู้วิจัยได้ทำการรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องและศึกษาสำนวนภาษิตพม่าจำนวน 960 สำนวน ผ่านกลวิธีการเก็บข้อมูลสองแบบ กล่าวคือ การรวบรวมสำนวนภาษิตจากเอกสารและการสร้างเครื่องมือที่เป็นแบบสอบถาม โดยสุ่มตัวอย่างสัมภาษณ์แบบไม่จำเพาะเจาะจงจากกลุ่มคนพม่าในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์และราชอาณาจักรไทย จำนวน 40 ชุด ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีจุดประสงค์หลักทางวิชาการ เพื่อศึกษาโลกทัศน์และวิถีชีวิตของคนพม่าที่สะท้อนจากสำนวนภาษิต โดยอาศัยเอกสารที่มีการตีพิมพ์เป็นสำคัญ และนำข้อมูลจากแบบสอบถามมาร่วมในการวิเคราะห์ความหมายและอธิบายให้เกิดความกระจ่างยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีวัตถุประสงค์ในเชิงพัฒนาด้วย กล่าวคือ มีความประสงค์จะทำความเข้าใจโลกทัศน์และวิถีชีวิตของคนพม่าอันจะนำไปสู่การสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทย-พม่าในระดับทวิภาค ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ รวมทั้งการศึกษาโลกทัศน์ที่สามารถนำข้อมูลมาปรับใช้กับยุทธศาสตร์ทางการศึกษา การค้า และการเมืองซึ่งเป็นการเสริมจุดแข็งให้กับองค์กรทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและในระดับประชาคมอาเซียน การวิจัยพบว่า สำนวนภาษิตพม่าสามารถสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดเกี่ยวกับมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สังคมวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตโดยคำนึงถึงบทบาทและหน้าที่ตามฐานะและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

สำหรับโลกทัศน์ที่เกี่ยวกับธรรมชาติ สำนวนภาษิตแสดงให้เห็นว่าคนพม่ามีความใกล้ชิด เข้าใจในวิถีแห่งธรรมชาติ สามารถปรับตัวให้สอคล้องกับธรรมชาติและนำมาใช้ประโยชน์เพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเป็นสุข นอกจากนี้ ยังนำปรากฏการณ์ตามธรรมชาติและทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศมาสะท้อนแนวคิดและคติสอนใจไว้อย่างลึกซึ้ง  ในส่วนท้าย ว่าด้วยโลกทัศน์เกี่ยวกับศาสนาและสิ่งเหนือธรรมชาติ สำนวนภาษิตสะท้อนว่า ศาสนาและความเชื่อมีอิทธิพลอย่างมากต่อวิธีคิด วิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณีของคนพม่า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคนพม่าส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท แต่ยังคงถือว่าพระเจ้า เทวดาและวิญญาณที่มีอิทธิฤทธิ์หรือนัตมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ทุกหมู่บ้านและวัดวาอารามเกือบทุกแห่งในประเทศจึงมีศาลบูชานัตอยู่ด้วย อาจกล่าวได้ว่าคนพม่ามีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติ โดยไม่รู้สึกว่ามีความขัดแย้งกับความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในภาพรวม สำนวนภาษิตแสดงให้เห็นว่าโลกทัศน์ของคนพม่าอยู่ในลักษณะผสมผสานระหว่างความคิดใหม่และเก่า นอกจากนี้ ยังมีสำนวนภาษิตที่มุ่งนำเสนอแนวทางใหม่ที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง สำนวนภาษิตในส่วนนี้จึงมักปรากฏในรูปของวาทกรรมเชิงวิภาษ

 
 
โลกทัศน์ของคนสิงคโปร์จากภาษิต
รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ เครือทอง และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิไล ศิลปอาชา


ประเทศสิงคโปร์มีลักษณะโครงสร้างทางสังคมแบบรวมหลายเชื้อชาติ หลายวัฒนธรรม (Multi-ethnic and Multi-cultural Society) พูดหลายภาษาและนับถือหลายศาสนา โดยมีคนเชื้อสายจีนร้อยละ 74.2 มาเลย์ร้อยละ 13.4 อินเดียร้อยละ 9.2 และเชื้อสายอื่นๆ มีผู้นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 33 ศาสนาคริสต์ ร้อยละ 18 ศาสนาอิสลามร้อยละ 15 ลัทธิเต๋าร้อยละ11 ฮินดูร้อยละ 5.1 ไม่มีศาสนาร้อยละ 17 และอื่นๆอีกเกือบร้อยละ 1 มีผู้ใช้ภาษาจีนร้อยละ 49.9 อังกฤษร้อยละ 32.3 มาเลย์ร้อยละ 12.2 และทมิฬร้อยละ 3.3 สิงคโปร์มีภาษาประจำชาติ 4 ภาษาคือ ภาษาอังกฤษ มาเลย์ จีนแมนดาริน และทมิฬ
ผลการศึกษาวิจัยภาษิตจากหนังสือ “A Book of Sayings, Proverbs and Aphorisms” พบว่า โลกทัศน์วิถีชีวิตของคนสิงคโปร์จากภาษิต ส่วนใหญ่เป็นวิถีชีวิตวัฒนธรรมแบบชาวจีน หรือแบบขงจื๊อในรูปแบบปรัชญาและหลักศีลธรรมซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนา การศึกษาโลกทัศน์ของคนสิงคโปร์จากภาษิตในกรอบมนุษย์ (ด้านคุณธรรม ความซื่อสัตย์ ความเพียร ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์ เป็นต้น) พบว่ามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับหลักคำสอนขงจื๊อซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักจริยธรรมของปัจเจกบุคคล และหลักจริยธรรมทางสังคม สอนถึงคุณธรรม จริยธรรมที่มนุษย์พึงมี และพึงปฏิบัติต่อผู้อื่นในสังคม การศึกษาภาษิตสิงคโปร์สะท้อนโลกทัศน์ในกรอบธรรมชาติ พบภาษิตนำเรื่องธรรมชาติ เช่น สัตว์ ต้นไม้ ดอกไม้ ฯลฯ มาเปรียบเทียบสัมพันธ์กับพฤติกรรมของมนุษย์ และในกรอบเหนือธรรมชาติ พบทัศนะ เรื่องนรก สวรรค์ ความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง และการเวียนว่ายตายเกิด ฯลฯ

นอกจากนั้นจากการที่ประเทศสิงคโปร์มีประชากรที่นับถือศาสนาพุทธถึงร้อยละ 33 ผู้วิจัยจึงได้ศึกษาวิเคราะห์ภาษิตในพระพุทธศาสนา เทียบเคียงกับภาษิตจาก “A Book of Sayings, Proverbs and Aphorisms” พบว่ามีพุทธภาษิต และคำสอนในพระพุทธศาสนาตามกรอบมนุษย์ที่สอดคล้องกับแนวคำสอนของขงจื๊อ
อย่างไรก็ตามเมื่อดูวิธีการรวบรวมภาษิตทั้งหมดจากหนังสือ “A Book of Sayings, Proverbs and Aphorisms” ผู้วิจัยพบว่าภาษิตที่มีที่มาอย่างหลากหลาย เช่นนักคิดนักเขียนทั้งฝ่ายตะวันตกและฝ่ายตะวันออก ได้สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์สำคัญของคนสิงคโปร์ คือ สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นระหว่างประชากรสี่เชื้อสายวัฒนธรรมสำคัญที่กล่าวมาแล้วนั่นเอง

 
 
โลกทัศน์ของคนอินโดนีเซียจากภาษิต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศิริพร  มณีชูเกตุ


มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโลกทัศน์ของคนอินโดนีเซียจากภาษิต และเพื่อศึกษาวิถีชีวิตของคนอินโดนีเซียที่สะท้อนจากภาษิต โดยศึกษาโลกทัศน์ต่อมนุษย์  โลกทัศน์ต่อธรรมชาติ และโลกทัศน์ต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ ผลการศึกษาพบว่าภาษิตได้สะท้อนให้เห็นโลกทัศน์ของคนอินโดนีเซียที่มีต่อมนุษย์มากที่สุด และโลกทัศน์ที่สะท้อนให้เห็นอัตลักษณ์ที่เด่นชัดของคนอินโดนีเซีย ได้แก่ โลกทัศน์ของคนอินโดนีเซียที่มีต่อดัตช์(เนเธอร์แลนด์)ซึ่งเป็นโลกทัศน์ในเชิงลบ ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นทัศนะในลักษณะเชิงดูแคลน และมองเห็นความเอารัดเอาเปรียบของคนดัตช์ อันมีสาเหตุจากอินโดนีเซียตกอยู่ภายใต้การปกครองของเนเธอร์แลนด์เป็นเวลาถึง 301 ปี อัตลักษณ์ที่เด่นชัดอีกด้านหนึ่ง ได้แก่ โลกทัศน์ของคนอินโดนีเซียที่มีต่อศาสนาอิสลาม ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าคนอินโดนีเซียให้ความสำคัญ ให้คุณค่า ให้ความศรัทธาต่อศาสนาซึ่งจะเกี่ยวพันกับการศึกษาเล่าเรียน เพราะในสมัยก่อนการศึกษาของชาวมุสลิมเริ่มจากคัมภีร์อัลกุรอาน

  รายละเอียดเพิ่มเติม
 
 
คณะมนุษยศาสตร์  มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000