บทความ

ดูข่าวบทความทั้งหมด >>

 

 

ระบำนบนเรศวร

 

 ระบำนบนเรศวร

รองศาสตราจารย์นุชนาฏ  ดีเจริญ




บทคัดย่อ                 



นวัตกรรมการแสดงชุด   “ระบำนบนเรศวร”   เป็นการแสดงที่บูรณาการงาน 3 ศาสตร์เข้าด้วยกัน  ได้แก่  วรรณศิลป์  ดุริยางคศิลป์ และนาฏศิลป์  โดยมีแนวคิดหลัก เป็นการแสดงเทิดพระเกียรติที่มีความงดงามกอรปกับความเข้มแข็ง ในแบบฉบับของกษัตริย์ชาตินักรบ  ผ่านการแสดงในรูปแบบนาฏศิลป์ไทย   ผู้แสดงทั้งหญิงและชายสวมบทบาทของนักรบ  มุ่งหวังให้การแสดงชุดนี้เป็นเครื่องสักการะ  บวงสรวงบูชา และประกาศเกียรติคุณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช   กระบวนการสร้างสรรค์งานประกอบด้วยการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง  การทบทวนท่ารำเพลงช้า เพลงเร็ว   รำแม่บทใหญ่ และการสัมภาษณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านนาฏศิลป์และดนตรีไทย  ผ่านกระบวนการคิดประดิษฐ์ท่ารำกระบวนรำ  การประพันธ์บทร้องและการบรรจุทำนองเพลง  รวมทั้งการออกแบบเครื่องแต่งกาย รูปแบบของการแสดงแบ่งเป็น 2 ตอน คือ   ตอนที่ 1 เป็นการแสดงในรูปแบบระบำเทิดพระเกียรติประกอบเนื้อร้องในทำนองเพลงสรภัญญะและเพลงครอบจักรวาล  สื่อถึงความอ่อนช้อย  ความสง่างามในลีลาท่ารำ ที่สอดคล้องกับบทร้องและท่วงทำนองเพลง   ตลอดจนการแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ในท่ารำประกอบเพลงหน้าพาทย์ตระนิมิต    ตอนที่ 2 เป็นการรำอาวุธดาบประกอบเพลงกราวกลางในรูปแบบของการรำหมู่ ที่มีการแสดงท่ารำที่องอาจ  เข้มแข็ง   การรำอวดฝีมือในท่ารำและลีลาเฉพาะของตัวพระและตัวนาง  ตลอดจนการแปรแถวในรูปแบบต่างๆ  ปรากฏเป็นผลงานการสร้างสรรค์นวัตกรรมการแสดงชุด “ระบำนบนเรศวร”


คำสำคัญ   ระบำเทิดพระเกียรติ  รำอาวุธ  สมเด็จพระนเรศวรมหาราช


ABSTRACT

The innovation of “Nob Naresuan Dance” is an integration of 3 artistic sciences, namely, literary techniques, music, and performing arts.  The main concept of this dance in honor of King Naresuan is to express the aesthetics and strength of the warrior king through performing arts.  The male and female performers act, likewise, as warriors.  This dance is aimed to be an offering of worship to honor King Naresuan the Great.  The procedure of the creation of the dance comprises the review of the dance steps for Pleng Cha, Pleng Reaw, and Ram Mae Bot Yai, interviews with experts on performing arts and Thai classical music, the creation of the dance steps and postures, the composition of lyrics and music, and the design of the costumes.  The performance is divided into 2 parts: Part 1 features a dance in honor of King Naresuan accompanied by lyrics chanted in the tunes of Sorraphanya and Krob Jakrawan to express the delicate and graceful dance steps that are in harmony with the lyrics and music as well as to profess the sacredness of the dance steps for Pleng Nah Part Tra Nimit, and Part 2 features a sword dance accompanied by Pleng Kraw Klang in the form of a group dance that features dignified and ardent dance postures, unique displays of dance steps and styles of the male and female lead performers, and various presentations of the realignment, all of which constitute the innovation of “Nob Naresuan Dance”.


Keywords        homage dance, weapon dance, King Naresuan the Great       


บทนำ

การบวงสรวงบูชา  สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เทิดทูนยิ่งแห่งชาวมหาวิทยาลัยนเรศวร  จัดเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่บุคลากรของมหาวิทยาลัยนเรศวร  ไม่ว่าจะเป็น ระดับผู้บริหาร  อาจารย์  เจ้าหน้าที่  นิสิต  และแม้กระทั่งประชาชนที่อาศัยอยู่รอบ ๆ บริเวณมหาวิทยาลัย  หรือ บุคคลที่เป็นผู้มาเยือนจากถิ่นอื่นจะได้พบเห็นเป็นประจำบริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ซึ่งมีทั้งพิธีกรรมที่ไม่เป็นทางการของผู้คนที่เคารพนับถือในบารมีของพระองค์ และพิธีที่เป็นทางการของแต่ละคณะฯ เช่น  ในพิธีถวายราชสักการะของนิสิตใหม่มหาวิทยาลัยนเรศวร  และนิสิตใหม่ของคณะมนุษยศาสตร์ ที่ได้ดำเนินการมาเป็นประจำทุกปี  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พิธีบวงสรวงบูชา ในวันสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวร ในวันที่ 29  กรกฎาคม  ของทุกปี เพื่อเป็นการน้อมคารวะ แด่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เทิดทูนยิ่งแห่งชาวมหาวิทยาลัยนเรศวร ด้วยเหตุผลดังกล่าว  งานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมจึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินการจัดทำนวัตกรรมการแสดงชุด “นบนเรศวร”  ขึ้น  โดยบูรณาการงาน 3 ศาสตร์  ได้แก่  วรรณศิลป์  ดุริยางคศิลป์  และนาฏศิลป์     แนวคิดหลักของการแสดง คือ การเทิดพระเกียรติที่มีรสของความงดงาม กอปรกับความเข้มแข็งในแบบฉบับของกษัตริย์ชาตินักรบ   มุ่งหวังให้การแสดงชุดนี้เป็นเครื่องสักการะ  บวงสรวงบูชา และประกาศเกียรติคุณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ตลอดจนการก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์  การพัฒนาศักยภาพของอาจารย์และนิสิต  การสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ  และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป


วิธีดำเนินการ


1. ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ในหัวข้อต่อไปนี้


1.1 ราชการสงครามในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช


1.2 วงดนตรีและเพลงที่ใช้ประกอบการแสดง


1.3 การแต่งกายในสมัยอยุธยา


1.4 ทบทวนท่ารำแม่บทใหญ่ และท่ารำเพลงช้าเพลงเร็ว 


2. ประชุมคณะทำงานทั้ง 3 สาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อตกลงในเรื่องของรูปแบบการแสดง 
ด้านวรรณศิลป์         -     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประภาษ  เพ็งพุ่ม         
ด้านดุริยางคศิลป์ -     รองศาสตราจารย์ประทีป  นักปี่
ด้านนาฏศิลป์         -     รองศาสตราจารย์นุชนาฏ  ดีเจริญ (ตัวนาง)
                               - อาจารย์รุ่งนภา  ฉิมพุฒ (ตัวพระ)

3. สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนาฏศิลป์และดนตรีไทย 
   3.1  ด้านนาฏศิลป์ 


1)  ดร.นพรัตน์  หวังในธรรม  ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย  


สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์  กรมศิลปากร


2)  อาจารย์วันทนีย์  ม่วงบุญ   ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโขน ละคร  


สำนักการสังคีต  กรมศิลปากร


3)  อาจารย์ปกรณ์  พรพิสุทธิ์    นาฏศิลปินระดับอาวุโส  


สำนักการสังคีต  กรมศิลปากร
    3.2  ด้านดนตรีไทย


1) ดร.นัฐพงศ์  โสวัตร ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย 


สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์  กรมศิลปากร  


2) อาจารย์ทัศนีย์  ขุนทอง  ผู้เชี่ยวชาญด้านคีตศิลป์ไทย  


สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์  กรมศิลปากร 



 4.  ผู้รับผิดชอบในแต่ละด้านนำข้อมูลมาประกอบในการประพันธ์บทร้อง การบรรจุทำนองเพลง  และประดิษฐ์ท่ารำตามกรอบแนวคิดที่กำหนดไว้



5.  ถ่ายทอดท่ารำให้นิสิตสาขาวิชานาฏศิลป์ไทยและถ่ายทอดการบรรเลงดนตรีไทยให้นิสิตสาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ไทยและสาขาวิชาวิทยาการดนตรีและนาฏศิลป์  

6.  นำออกแสดงต่อสาธารณชนพร้อมกับมีผู้ทรงคุณวุฒิทางนาฏศิลป์ไทยให้ข้อเสนอแนะ



7.  บันทึกท่ารำเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมประวัติความเป็นมา  ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง  วิธีแสดง  ผู้แสดง  เครื่องแต่งกาย  โอกาสที่ใช้แสดง



8.  บันทึกท่ารำในรูปแบบวีดีทัศน์



9.  จัดเผยแพร่ผลงานในรูปแบบเอกสารและสื่อวีดีทัศน์


 



ผลการดำเนินงาน



ผู้สร้างสรรค์ขอนำเสนอผลการดำเนินงานตามองค์ประกอบของการแสดง ดังนี้              


ประวัติความเป็นมา     


นวัตกรรมการแสดงชุด ระบำนบนเรศวร  เกิดขึ้นจากการบวงสรวงบูชา  สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เทิดทูนยิ่งแห่งชาวมหาวิทยาลัยนเรศวร  จัดเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่บุคลากรของมหาวิทยาลัยนเรศวร  ได้แก่ ระดับผู้บริหาร  อาจารย์  เจ้าหน้าที่  นิสิต  นอกจากนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่รอบๆ บริเวณมหาวิทยาลัย  หรือ บุคคลที่เป็นผู้มาเยือนจากถิ่นอื่นจะได้พบเห็นเป็นประจำบริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์     โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พิธีบวงสรวงบูชา ในวันสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวร ในวันที่ 29  กรกฎาคม ของทุกปี  เพื่อเป็นการน้อมคารวะ แด่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เทิดทูนยิ่งแห่งชาวมหาวิทยาลัยนเรศวร 



จากพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว  จึงเป็นที่มาของ ระบำนบนเรศวร  นวัตกรรมการแสดงที่  อาจารย์ในคณะมนุษยศาสตร์ได้ร่วมแรงร่วมใจกันประดิษฐ์บทร้อง  ดนตรี  และท่ารำ  ซึ่งเป็นการบูรณาการงานด้านวรรณศิลป์  ดุริยางคศิลป์ และนาฏศิลป์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว   โดยมีแนวคิดหลักให้เป็นการแสดงเพื่อเทิดพระเกียรติที่มีกลิ่นอายของความงดงาม กอปรกับความเข้มแข็งในแบบฉบับของกษัตริย์ชาตินักรบ   โดยมุ่งหวังให้การแสดงชุดนี้เป็นเครื่องสักการะ  บวงสรวงบูชา และประกาศเกียรติคุณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  


 



บทร้อง  


ประพันธ์บทร้อง  โดย   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประภาษ  เพ็งพุ่ม ใช้คำประพันธ์ประเภทกลอนแปด  รวม   4 บท   เนื้อร้องเป็นการอัญเชิญพระอิศวร  พระนารายณ์  พระพรหม  และเทพ เทวา  ทั้งหลายมาประสาทพรให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  เป็นการประกาศเกียรติคุณพระองค์ท่านในฐานะกษัตริย์ชาตินักรบ  และขอบารมีพระองค์ท่านช่วยปกป้องคุ้มครองประเทศไทยไปตราบนานเท่านาน


ระบำนบนเรศวร
 


- ปี่พาทย์ทำเพลงสรภัญญะ -


- ร้องเพลงสรภัญญะ -


โอม  สัมโมทนียะ  มหาราช


ก้องประกาศ  เทพเทวา  ทั่วฟ้าสิ้น


องค์นารายณ์  อิศเรศ  พรหมเมศอินทร์


เชิญมาริน  พรแด่องค์  พระทรงนาม
 


- ปี่พาทย์ทำเพลงครอบจักรวาล -


- ร้องเพลงครอบจักรวาล -


สมเด็จพระนเรศวรมหาราช


ทรงกู้ชาติ  สร้างบุรินทร์  แผ่นดินสยาม


ยุทธหัตถี  มีชัย  ในสงคราม


มอญม่านคร้าม  ขามระย่อ  ต่อบารมี


ธ  ป้องบ้าน  ครองเมือง  งามเฟื่องฟุ้ง


ธ  บำรุง  ราษฎร์อุ่นเกศ  พิเศษศรี


ธ  ธำรง  ธรรมสถิต  ธริษตรี


ธ  ทรงพลี  ชีพป้อง  ผองเผ่าไทย



- ร้องเพลงตระนิมิต -


นบเอย  นเรศวร  มหาราช


องค์ขวัญชาติ  ร่มฉัตร  นิรัติศัย


ขอพระองค์  สถิตมั่น  เป็นขวัญชัย


ปกป้องภัย  ไทยยงยืน  หมื่นแสนปี


-  ปี่พาทย์ทำเพลงตระนิมิต -



-  ปี่พาทย์ทำเพลงกราวกลาง -


ดนตรีและเพลงที่ใช้ในการประกอบการแสดง



วงดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดงระบำนบนเรศวร  คือวงปี่พาทย์ไม้นวม ซึ่งมีลักษณะการผสมวงปี่พาทย์ไม้นวมแบบพิเศษ  เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการแสดง  โดยใช้เครื่องหนังในการกำกับจังหวะจำนวน 3 ชนิด  คือกลองแขก  ตะโพน  และกลองทัด  กลองแขกใช้ในการกำกับจังหวะเพลงครอบจักรวาล 2 ชั้น  ส่วนตะโพนและกลองทัดใช้ในการกำกับจังหวะเพลงตระนิมิต  และเพลงกราวกลาง



การบรรจุเพลงประกอบการแสดงระบำนบนเรศวร ใช้หลักในการบรรจุเพลงดังนี้



พิจารณาชื่อเพลงเป็นหลักสำคัญก่อน ได้แก่  เพลงมหาฤกษ์ เพลงมหาชัย  เพลงเทพนิมิต  เพลงเทวาประสิทธิ์  เพลงครอบจักรวาล  เป็นต้น  ชื่อเพลงดังที่กล่าวมานี้เป็นเพลงที่มีความหมายเป็นสิริมงคลทั้งสิ้น  



สิ่งที่ต้องพิจารณาให้ความสำคัญอีกด้านหนึ่ง  คือ ในด้านการนำไปใช้บรรเลงว่าเป็นเพลงไทยประเภทใด   ลักษณะของเพลงอย่างไร  วงดนตรีไทยที่ใช้บรรเลงมีรูปแบบลักษณะอย่างไร  ระบบเสียงที่ใช้ในการบรรเลง  ความสัมพันธ์ของการเชื่อมต่อเพลงในแต่ละเพลง    ความช้า- เร็ว แนวจังหวะในการบรรเลง  และความกลมกลืนของทำนองเพลง  เพื่อให้ชุดการแสดงนั้น      มีความสมบูรณ์จะต้องมีความเข้าใจในรูปแบบลักษณะของท่ารำ  เพลงที่ใช้บรรจุต้องมีความเหมาะสมกลมกลืนไปกับบทประพันธ์ที่ใช้ในการขับร้องและมีความสัมพันธ์สอดคล้องกับท่ารำอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ผู้สร้างสรรค์คัดเลือกบรรจุเพลงประกอบการแสดงระบำนบนเรศวร จำนวน  4  เพลง  ดังนี้


1.  เพลงสรภัญญะ


2.  เพลงครอบจักรวาล สองชั้น


3.  เพลงตระนิมิต


4.  เพลงกราวกลาง


เพลงสรภัญญะ  มีความหมายถึงความเป็นสิริมงคล  ความศักดิ์สิทธิ์  การแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย  ทำนองเพลงมีที่มาจากบทสวดสรภัญญะ  ลักษณะของจังหวะมี  2  ลักษณะ  การผสมผสานกัน คือ ลักษณะจังหวะ 2/4 และลักษณะจังหวะ 3/4  ใช้บรรเลงรับร้อง จำนวน 4  เที่ยว  แต่วิธีการใช้ในการบรรเลง ชุด ระบำนบนเรศวร ใช้วิธีการขับร้องและบรรเลงจำนวน 2  เที่ยว  โดยไม่มีการบรรเลงรับ


เพลงครอบจักรวาล  สองชั้น  มีความหมายถึง  พลังอำนาจ  บารมีทั้งปวง  ทำนองเพลงมีลักษณะเป็นเพลงสองท่อน  ท่อน 1  มีความยาว  4  จังหวะ   ท่อน 2  มีความยาว  6  จังหวะ  เป็นเพลงประเภทหน้าทับปรบไก่


เพลงตระนิมิต หมายถึง เป็นการเนรมิตสิ่งที่ดีงามให้บังเกิดขึ้นเป็นนิมิตซึ่งความเป็นสิริมงคล  คุณงามความดี  ทำนองเพลงมีลักษณะเป็นเพลงสองท่อน  ท่อน 1  มีความยาว  8  จังหวะ  ท่อน 2   มีความยาว  8  จังหวะ  เป็นเพลงประเภทหน้าทับเฉพาะ  ใช้บรรเลงด้วยตะโพนไทยกับกลองทัด



เพลงกราวกลาง  หมายถึง  การแสดงแสนยานุภาพ  พลังอำนาจ  พละกำลังความเข้มแข็ง  ของเหล่าทหาร  การแสดงความจงรักภักดี  แสดงความยิ่งใหญ่  ความเกรียงไกรในความสารถ  ทำนองเพลงมีลักษณะเป็นเพลงสองท่อน  ท่อน 1  มีความยาว  6  จังหวะ   ท่อน 2  มีความยาว  6  จังหวะ  เป็นเพลงประเภทหน้าทับกราว  ใช้บรรเลงด้วยตะโพนไทยกับกลองทัด


รูปแบบการแสดง



ระบำนบนเรศวร    เป็นนาฏยประดิษฐ์ ที่แบ่งการแสดงออกเป็น 2 ตอน คือ 



ตอนที่ 1 เป็นการแสดงในรูปแบบระบำเทิดพระเกียรติประกอบเนื้อร้องและทำนองเพลง  สื่อถึงความอ่อนช้อย  ความสง่างามในลีลาท่ารำ ที่สอดคล้องกับบทร้องและท่วงทำนองเพลง   ตลอดจนการแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ในท่ารำประกอบเพลงหน้าพาทย์  



ตอนที่ 2 เป็นการรำอาวุธดาบในรูปแบบของการรำหมู่ ที่มีการแสดงท่ารำที่องอาจ  เข้มแข็ง   การรำอวดฝีมือในท่ารำและลีลาเฉพาะของตัวพระและตัวนาง  ตลอดจนการแปรแถวในรูปแบบต่างๆ  


โครงสร้างการแสดง


ระบำนบนเรศวร มีโครงสร้างของการแสดง ดังนี้


1. รำออก ด้วยเพลงสรภัญญะ


2. รำเพลงครอบจักรวาล  ประกอบบทร้อง


3. รำเพลงหน้าพาทย์ตระนิมิต


4. รำเพลงกราวกลาง  และจบด้วยการตั้งซุ้มในเพลงกราวกลาง

ท่ารำและกระบวนรำ


ท่ารำและกระบวนรำ  ตอนที่ 1   แบ่งการรำออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้



ช่วงที่ 1 ปี่พาทย์บรรเลงเพลงสรภัญญะ มีท่ารำหลักที่ใช้เป็นท่าออก  3 ท่า คือ  ท่ารำกระบี่สี่ท่า  (ท่าจีบยาว)   ท่าผาลาเพียงไหล่ และ  ท่าสอดสร้อยมาลา



การขับร้องประกอบเพลงสรภัญญะ  บทร้องเป็นการอัญเชิญพระอิศวร  พระนารายณ์  พระพรหม  เทพ เทวา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาประทานพรแด่ องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช   


- ปี่พาทย์ทำเพลงสรภัญญะ -


- ร้องเพลงสรภัญญะ -


โอม  สัมโมทนียะ  มหาราช


ก้องประกาศ  เทพเทวา  ทั่วฟ้าสิ้น


องค์นารายณ์  อิศเรศ  พรหมเมศอินทร์


เชิญมาริน  พรแด่องค์  พระทรงนาม


ประกอบด้วยท่ารำที่แสดงความเคารพนบนอบ  คือ ท่าคลานเข้าเฝ้า   และท่ารำที่สื่อความหมายของการอัญเชิญเทพเจ้า คือ ท่าถวายบังคม สี่ทิศ   ซึ่งได้แนวคิดมาจากการรำหน้าพาทย์สาธุการ  เป็นการแสดง การน้อมไหว้และเคารพบูชา


ช่วงที่ 2  เพลงครอบจักรวาล 2 ชั้น  บทร้อง เป็นการเทิดพระเกียรติและเผยแพร่ พระเกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในฐานะกษัตริย์ชาตินักรบ  


- ปี่พาทย์ทำเพลงครอบจักรวาล -


- ร้องเพลงครอบจักรวาล -


สมเด็จพระนเรศวรมหาราช


ทรงกู้ชาติ  สร้างบุรินทร์  แผ่นดินสยาม


ยุทธหัตถี  มีชัย  ในสงคราม


มอญม่านคร้าม  ขามระย่อ  ต่อบารมี


ธ  ป้องบ้าน  ครองเมือง  งามเฟื่องฟุ้ง


ธ  บำรุง  ราษฎร์อุ่นเกศ  พิเศษศรี


ธ  ธำรง  ธรรมสถิต  ธริษตรี


ธ  ทรงพลี  ชีพป้อง  ผองเผ่าไทย


ประกอบด้วย  ท่ารำหลักจำนวน  12  ท่า คือ


1. ท่านภาพร                    


2. ท่าสอดสร้อยมาลา


3. ท่าบัวชูฝัก                


4. ท่าไหว้


5. ท่าพรหมสี่หน้า                


6. ท่าผาลา


7. ท่าประลัยวาต                    


8. ท่ากินริน 


9. ท่าพระนารายณ์                


10. ท่าฤทธี


11. ท่าปฐม                            


12. ท่าเฉิดฉิน



ท่าเชื่อม  7  ท่า คือ


1.  ท่านางนอน                        


2. ท่าชักแป้งผัดหน้า


3. ท่าปกป้องคุ้มครอง            


4. ท่าโกยมือ


5. ท่าภมรเคล้า                


6. ท่าร้อยดอกไม้


7. ท่าช้างหว่านหญ้า (จีบคว่ำ)  



ท่ารำหลักและท่าเชื่อม เป็นท่ารำที่สื่อความหมายถึงความยิ่งใหญ่  เข้มแข็ง  สอดคล้องกับลีลาท่ารำและ ทำนองเพลง       



ช่วงที่ 3  เพลงตระนิมิต  บทร้อง เป็นการแสดงความเคารพต่อองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  และขอบารมีพระองค์ท่านช่วยปกป้องคุ้มครองประเทศไทยไปตราบนานเท่านาน  


- ร้องเพลงตระนิมิต -


นบเอย  นเรศวร  มหาราช


องค์ขวัญชาติ  ร่มฉัตร  นิรัติศัย


ขอพระองค์  สถิตมั่น  เป็นขวัญชัย


ปกป้องภัย  ไทยยงยืน  หมื่นแสนปี



-  ปี่พาทย์ทำเพลงตระนิมิต -


ประกอบด้วยท่ารำหลัก    11 ท่า คือ


1. ท่าไหว้                              


2. ท่าพระนารายณ์


3. ท่านภาพร (มือล่อแก้ว)        


4. ท่ากระหวัดเกล้า


5. ท่ามยุเรศ                          


6. ท่าอำไพ


7. ท่าหงส์ลินลา                      
8. ท่าโยนทับ
9. ท่านภาพร                        
10. ท่าบัวชูฝัก
11. ท่ากินนรรำ

ท่ารำที่ใช้เชื่อมระหว่างช่วงที่ 3 กับ ช่วงที่ 4 คือ ท่านางนอน


ท่ารำหลักและท่าเชื่อมที่ใช้ประกอบบทร้องเพลงตระนิมิต  ใช้ท่ารำที่มีความหมายยิ่งใหญ่สอดคล้องกับลีลาท่ารำและ ทำนองเพลงหน้าพาทย์  โดยท่ารำประกอบทำนองเพลงหน้าพาทย์ตระนิมิต  ใช้ท่ารำหลักที่แสดงความศักดิ์สิทธิ์ และความยิ่งใหญ่  เช่นท่าพระนารายณ์  


ท่านภาพร(มือล่อแก้ว)  ท่ากระหวัดเกล้า  ท่าอำไพ    เป็นต้น  


ท่ารำและกระบวนรำ ตอนที่ 2 


บรรเลงเพลงกราวกลาง  เป็นการแสดงความเข้มแข็งของนักรบทั้งชายและหญิง  โดยเลือกท่ารำอาวุธดาบที่มีลักษณะเด่น ประกอบด้วยท่ารำหลัก 11 ท่า  คือ  


1.  ท่าควงดาบสูง  


2.  ท่ารำร่าย  


3.  ท่าหนุมาน  


4.  ท่ากลางอัมพร  


5.  ท่าเฉิดฉิน  


6.  ท่าจีบยาว  


7.  ท่าชุดฟาดดาบ (ตัวนาง)


8.  ท่าผาลาเพียงไหล่  


9.  ท่าชุดเชิงเทียน(ตัวพระ)


10.  ท่าสอดสร้อยมาลาแปลง  


11.  ท่าฉะดาบ  



ท่าเชื่อม  8 ท่า  คือ  


1.  ท่าบัวชูฝัก  


2.  ท่าวงคู่ระดับอก   


3.  ท่าอำไพ  


4.  ท่าผาลาเพียงไหล่  


5.  ท่าควงดาบตวัดเข้า  


6.  ท่ากระหวัดเกล้า    


7.  ท่าควงดาบระดับชายพก  


8.  ท่าควงดาบสูง


จบด้วยท่านิ่งในรูปแบบการตั้งซุ้ม  ซึ่งประกอบด้วย    


1.  ท่านางนอน  


2.  ท่าเชิงเทียน  


3.  ท่าไขว้ดาบ  


4.  ท่าผาลาเพียงไหล่   


5.  ท่าบัวชูฝัก


6.  ท่าเฉิดฉิน      



รูปแบบการแปรแถว



รูปแบบการแปรแถวในระบำนบนเรศวร  มีการแปรแถวทั้งหมด 21 แถว  


ผู้แสดง


ผู้แสดงระบำนบนเรศวรแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย  คือ  ฝ่ายพระกับฝ่ายนาง  อาจใช้ผู้หญิงแสดงทั้งหมด  หรือใช้ชายจริงหญิงแท้ก็ได้  ผู้แสดงต้องเป็นผู้ที่มีพื้นฐานการฝึกปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย  โดยผ่านพิธีครอบครูทางนาฏศิลป์ไทยแล้ว เพราะต้องมีการรำเพลงหน้าพาทย์ตระนิมิต 


การแต่งกาย


จากการศึกษาลักษณะของการแต่งกายในสมัยอยุธยา  รวมกับแนวคิดในการประดิษฐ์ท่ารำ ที่ต้องการสื่อให้เห็นถึงการแสดงที่มีความงดงามตามเอกลักษณ์ของการแสดงเทิดพระเกียรติ  ในขณะเดียวกันต้องแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งในฐานะนักรบทั้งชายและหญิง  ผู้สร้างสรรค์จึงกำหนดลักษณะของการแต่งกายดังนี้




 


ภาพที่ 1 :  เครื่องแต่งกายนักแสดงฝ่ายพระ


ที่มา  :  สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย  ภาควิชาศิลปกรรมศาสตร์  คณะมนุษยศาสตร์  มหาวิทยาลัยนเรศวร


ผู้แสดงแบบ : นางสาวอภิญญา  ขวานอก  นิสิตสาขาวิชานาฏศิลปะไทย  ชั้นปีที่ 1


เครื่องแต่งกายนักแสดงฝ่ายพระประกอบด้วย


1.  เสื้อแขนยาว


2.  สนับเพลา


3.  ผ้านุ่ง


4.  ผ้าคาดเอว
5.  ทับทรวง
6.  สร้อยตัว
7.  เข็มขัด
8.  หัวเข็มขัด
9.  กำไลข้อเท้า
 


                       


ภาพที่ 2 :  เครื่องแต่งกายนักแสดงฝ่ายนาง


ที่มา  :  สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย  ภาควิชาศิลปกรรมศาสตร์  คณะมนุษยศาสตร์  มหาวิทยาลัยนเรศวร


ผู้แสดงแบบ : นางสาวปทุมมาศ  สายแวว  นิสิตสาขาวิชานาฏศิลป์ไทย  ชั้นปีที่ 3


 



เครื่องแต่งกายนักแสดงฝ่ายนางประกอบด้วย



1.  เสื้อในนาง


2.  สไบ


3.  ผ้านุ่ง


4.  ต่างหู


5.  สร้อยคอ


6.  สร้อยตัว


7.  เข็มขัด


8.  หัวเข็มขัด


9.  พาหุรัด


10.  สร้อยข้อมือ


11.  กำไลข้อเท้า


การตกแต่งทรงผม


ฝ่ายพระ  ทรงหลักแจว  (มหาดไทย)   การตกแต่งทรงผมในระบำชุดนี้เลียนแบบทรงผมทรงหลักแจวหรือทรงมหาดไทยที่ตัดสั้นรอบศีรษะ  ไว้ยาวตอนบนและหวีแสกกลางเป็นรูปปีกนก  โดยการเก็บผมรอบบริเวณศีรษะ  ผมด้านบนแสกกลางและใช้ช้องหนุนทั้งสองด้าน  ดังภาพ



 
 


ภาพที่ 3 :  การตกแต่งทรงผมของระบำนบนเรศวรฝ่ายพระ


 



ฝ่ายนาง ด้านหน้าแสกกลางทำผมปีกแบบทรงหลักแจวของผู้ชาย  ด้านหลังเก็บในลักษณะของทรงกล้วยหอม  โดยรวบเก็บบริเวณด้านหลังศีรษะและซ่อนปลายผมไว้ด้านใน


 




 


ภาพที่ 4  :  การตกแต่งทรงผมของระบำนบนเรศวรฝ่ายนาง


 



อุปกรณ์ประกอบการแสดง    


ผู้แสดงทั้งฝ่ายพระและฝ่ายนางถือดาบประกอบการแสดงระบำนบนเรศวร  ในเพลงกราวกลาง  คนละ 1 เล่ม 




 


ภาพที่ 5  :  ดาบ



โอกาสที่ใช้แสดง 


ระบำนบนเรศวรสามารถใช้แสดงในพิธีการบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ตามโอกาสต่างๆ  ที่แต่ละหน่วยงานจัดขึ้น  หรือจัดแสดงในงานต่างๆ  ตามความเหมาะสม


บรรณานุกรม


กรมศิลปากร.(2539). คู่มือประกอบการสอนวิชานาฏศิลป์ไทย  ระดับนาฏศิลป์ชั้นต้น.  หมวดนาฏศิลป์ละคร  ภาควิชานาฏศิลป์ไทย  วิทยาลัยนาฏศิลป.


___________.(2545). ผ้าและการแต่งกายในสมัยโบราณจากจิตกรรมฝาผนังบนพระที่นั่งพุทไธสวรรย์. กรุงเทพ : อาทิตย์  โพรดักส์  กรุ๊ป.


___________.(2545). รวมงานนิพนธ์ของนายอาคม  สายาคม  ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์  กรมศิลปากร. (พิมพ์ครั้งที่ 2 ). กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์.


___________.(2548). ลมุล  ยมะคุปต์  คุณานุสรณ์ครบรอบ 100 ปี  2  มิถุนายน  2548.


จรูญศรี  วีระวานิช.(2538). หนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพนางจรูญศรี  วีระวานิช  ต.ช., ต.ม. วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2548 ณ เมรุวัดตรีทศเทพ  เขตพระนคร  กรุงเทพมหานคร.


ธนิต  อยู่โพธิ์.(2531). ศิลปะละคอนรำหรือคู่มือนาฏศิลป์ไทย. กรุงเทพฯ : ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด.


นุชนาฏ  ดีเจริญ  และรุ่งนภา  ฉิมพุฒ.(2545). รำแม่บทเล็ก  รำวงมาตรฐาน  การฟ้อนรำพื้นเมือง: รำมังคละ. สาขานาฏศิลป์ไทย  ภาควิชามนุษยศาสตร์  คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยนเรศวร.


พวงผกา  คุโรวาท. (มปป.) คู่มือประวัติเครื่องแต่งกาย ฉบับปรับปรุงแก้ไข  และเพิ่มเติม. แผนกวิชาผ้าและเครื่องแต่งกาย  สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์  วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล  วิทยาเขตพระนครใต้.


เรณู  โกศินานนท์.(2536). รำไทย. กรุงเทพฯ: ต้นอ้อ


วันทนีย์  ม่วงบุญ. เอกสารประกอบการสอน  วรรณคดีการละคร.  เอกสารอัดสำเนา.


อมรา  กล่ำเจริญ.(2535). วิธีสอนนาฏศิลป์. กรุงเทพฯ : โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์.


_______________.(2542). สุนทรีย์นาฏศิลป์ไทย(พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.


อรอุษา  สุวรรณประเทศ.(2552) สมเด็จพระนเรศวรมหาราช : พลังขับเคลื่อนเบื้องหลังประชาชาติ. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด.


http://www1.mod.go.th. ราชการสงครามในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช. สืบค้นเมื่อ  11 ธันวาคม 2552, จาก http://www1.mod.go.th/heritage/king/naresuan/naresuan.htm.


 

 

 

ที่มา : หน่วยทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

ข่าวเมื่อ : 15 May 12 / 13:57

โดย : หน่วยทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร