วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
เผยแพร่ผลงานวิชาการด้านภาษา วรรณคดี คติชน ดนตรี และนาฏศิลป์

ชื่อบทความ : ความรักในสะใภ้จ้าว

ผู้แต่ง : รศ.ดร.กาญจนา วิชญาปกรณ์

หน้า : 1-18

รายละเอียด

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์คตินิยมของความรัก และกลวิธีการประกอบสร้างความรักในสะใภ้จ้าว ด้วยมุมมองของสัญศาสตร์ ผลการวิจัย พบคตินิยมของความรักที่ตรงข้ามกัน 2 คติ คือ คตินิยมการคลุมถุงชน และคตินิยมการเลือกคู่ครองด้วยตนเอง ส่วนกลวิธีการประกอบสร้างความรัก ปรากฏ 2 กลวิธี ได้แก่ กลวิธีการสร้างความรักจากองค์ประกอบของตัวบท ซึ่งใช้พรหมลิขิตกับรักสามเส้าเป็นแนวเรื่องหลัก และกลวิธีการสื่อความรักด้วยกลวิธีการบอกโดยอ้อม และการเอ่ยคำว่า“รัก”โดยตรง คตินิยมของความรัก และกลวิธีการประกอบสร้างความรัก ล้วนสื่อความหมายของความสัมพันธ์เชิงอำนาจกับความรัก การแต่งงาน ครอบครัว เพศ และชนชั้นของคู่ครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงที่เป็นสะใภ้จ้าว โดยมีระบบอุปถัมภ์ และค่านิยมด้านบุญคุณของไทย เป็นกลไกกำกับควบคุมการเลือกคู่ครองของบุตรหลาน เพื่อมุ่งธำรงผลประโยชน์หลักของวงศ์ตระกูล ด้านความมั่นคงของสถานภาพทางสังคม และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ รวมทั้งใช้ความเชื่อในเรื่องพรหมลิขิตเป็นพลังถ่วงดุล และรอมชอมความสัมพันธ์ของอำนาจดังกล่าว

คำสำคัญ :ความรัก สะใภ้จ้าว คตินิยมของความรัก กลวิธีการประกอบสร้างความรัก

Abstract

The purposes of this research are to analyze the ideology of love and the construction of love in Sapai Jao with the semiology theory. The study found that the binary opposition between the concept of arranged marriage and choice marriage is the foundation of the ideology of love in Sapai Jao. There are two techniques in the construction of love in Sapai Jao. The first one is textual technique, through  the usage of destiny and love triangle theme, while the other one is love-communication technique,  by directly and indirectly uttering the word “love.” The ideology of love and the consecution techniques of love in Sapai Jao both represent the power relationship between love, marriage, family, gender, and social class between couple, especially the daughter-in-law of a royal family, by having the  Thai patronage system and the Thai value of gratefulness and obligation for parents as the main mechanisms in controlling the selection for the appropriated partner for the descendant. This is to maintain the benefit of the family in terms of social and economic prosperity. Furthermore, the belief in destiny, as seen in the story, can balance and compromise the oppositions in the said power relationship.

Keywords :love, daughter- in- law of a royal family, ideology of love, technique in the construction of love

PDF

วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีที่ 15 , ปีที่ 15 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม - สิงหาคม 2561