วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
เผยแพร่ผลงานวิชาการด้านภาษา วรรณคดี คติชน ดนตรี และนาฏศิลป์

วารสารคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีที่ 15 ฉบับที่ 2

ปีที่ 15 ฉบับที่ 2
พฤษภาคม - สิงหาคม 2561
ISSN 1686-445X

ท่านสมาชิกและผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน

 

            วารสารฉบับนี้เป็นฉบับที่ 2 ของปีที่ 15 บทความในวารสารฉบับนี้ประกอบไปด้วยบทความวิจัยด้านวรรณคดี ภาษาศาสตร์ และการเรียนการสอนภาษา

            บทความด้านวรรณคดี ได้แก่ ความรักในสะใภ้จ้าว ลักษณะร่วมของเหตุการณ์ในเรื่องแก้วหน้าม้ากับเจ็งฮองเฮา และ การศึกษา “นิราศวังหลัง” ในฐานะเรื่องเล่า บทความด้านภาษาศาสตร์ ได้แก่ “ความเป็นแม่” ในหนังสือแนะนำการเตรียมความพร้อม ซึ่งวิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎีวาทกรรมวิเคราะห์ เชิงวิพากษ์ และ การวิเคราะห์ทางกลสัทศาสตร์ของพยัญชนะต้นเสียงเสียดแทรกและกักเสียดแทรกของเพศทางเลือกชาวไทย ส่วนบทความด้านการเรียนการสอน ได้แก่ Framework for Dialogic Teaching   in English Reading Class: A Practice Guide for University Lecturers และ การพัฒนาบทเรียนอ่านภาษาอังกฤษ โดยใช้เนื้อหาบริบทท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน และพัฒนาคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

นอกจากนี้ยังนำเสนอบทแนะนำหนังสือเรื่อง “สุขภาวะองค์รวมแนวพุทธ” โดยวิสุทธิ บุญญะโสภิต นิสิตปริญญาเอก หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (วิทยาเขตนครสวรรค์)

ท้ายนี้ ขอขอบคุณสมาชิกและผู้อ่านที่ให้ความไว้วางใจวารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรเสมอมา หากท่านมีคำติชมหรือข้อเสนอแนะใดๆ สามารถแจ้งเข้ามายังวารสาร คณะผู้จัดทำยินดีน้อมรับและปรับปรุงเพื่อให้วารสารมีมาตรฐานดียิ่งขึ้นต่อไป

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชมนาด อินทจามรรักษ์

บรรณาธิการ

บทความในวารสาร

  • 1

    ความรักในสะใภ้จ้าว

    รศ.ดร.กาญจนา วิชญาปกรณ์

    หน้า : 1-18

    คลิกเพื่อดูบทคัดย่อ

    บทคัดย่อ

    งานวิจัยนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์คตินิยมของความรัก และกลวิธีการประกอบสร้างความรักในสะใภ้จ้าว ด้วยมุมมองของสัญศาสตร์ ผลการวิจัย พบคตินิยมของความรักที่ตรงข้ามกัน 2 คติ คือ คตินิยมการคลุมถุงชน และคตินิยมการเลือกคู่ครองด้วยตนเอง ส่วนกลวิธีการประกอบสร้างความรัก ปรากฏ 2 กลวิธี ได้แก่ กลวิธีการสร้างความรักจากองค์ประกอบของตัวบท ซึ่งใช้พรหมลิขิตกับรักสามเส้าเป็นแนวเรื่องหลัก และกลวิธีการสื่อความรักด้วยกลวิธีการบอกโดยอ้อม และการเอ่ยคำว่า“รัก”โดยตรง คตินิยมของความรัก และกลวิธีการประกอบสร้างความรัก ล้วนสื่อความหมายของความสัมพันธ์เชิงอำนาจกับความรัก การแต่งงาน ครอบครัว เพศ และชนชั้นของคู่ครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงที่เป็นสะใภ้จ้าว โดยมีระบบอุปถัมภ์ และค่านิยมด้านบุญคุณของไทย เป็นกลไกกำกับควบคุมการเลือกคู่ครองของบุตรหลาน เพื่อมุ่งธำรงผลประโยชน์หลักของวงศ์ตระกูล ด้านความมั่นคงของสถานภาพทางสังคม และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ รวมทั้งใช้ความเชื่อในเรื่องพรหมลิขิตเป็นพลังถ่วงดุล และรอมชอมความสัมพันธ์ของอำนาจดังกล่าว

    คำสำคัญ :ความรัก สะใภ้จ้าว คตินิยมของความรัก กลวิธีการประกอบสร้างความรัก

    Abstract

    The purposes of this research are to analyze the ideology of love and the construction of love in Sapai Jao with the semiology theory. The study found that the binary opposition between the concept of arranged marriage and choice marriage is the foundation of the ideology of love in Sapai Jao. There are two techniques in the construction of love in Sapai Jao. The first one is textual technique, through  the usage of destiny and love triangle theme, while the other one is love-communication technique,  by directly and indirectly uttering the word “love.” The ideology of love and the consecution techniques of love in Sapai Jao both represent the power relationship between love, marriage, family, gender, and social class between couple, especially the daughter-in-law of a royal family, by having the  Thai patronage system and the Thai value of gratefulness and obligation for parents as the main mechanisms in controlling the selection for the appropriated partner for the descendant. This is to maintain the benefit of the family in terms of social and economic prosperity. Furthermore, the belief in destiny, as seen in the story, can balance and compromise the oppositions in the said power relationship.

    Keywords :love, daughter- in- law of a royal family, ideology of love, technique in the construction of love

    Preview PDF
  • 2

    ลักษณะร่วมของเหตุการณ์ในเรื่องแก้วหน้าม้ากับเจ็งฮองเฮา

    รศ.ดร.พัชรินทร์ อนันต์ศิริวัฒน์

    หน้า : 19-32

    คลิกเพื่อดูบทคัดย่อ

    บทคัดย่อ

    งานวิจัยนี้มุ่งเปรียบเทียบเหตุการณ์ที่ปรากฏในนิทานไทยเรื่องแก้วหน้าม้ากับวรรณกรรมจีนแปลงเรื่อง เจ็งฮองเฮา เพื่อที่สะท้อนให้เห็นว่า ผู้แต่งนวนิยายจีนแปลงเรื่องเจ็งฮองเฮาได้รับอิทธิพลการแต่งวรรณกรรมจากนิทานไทยเรื่องแก้วหน้าม้า  ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่าเมื่อเปรียบเทียบเหตุการณ์ที่พ้องกันมี 6 ประการคือ  1)เหตุการณ์ที่ตัวละครเอกชายหญิงพบกันครั้งแรก  2)เหตุการณ์ที่ตัวละครเอกหญิงพบอาจารย์และได้วิชาการต่อสู้รวมทั้งของวิเศษจากอาจารย์  3)เหตุการณ์ที่ตัวละครเอกหญิงถูกจับขังคุก  4)เหตุการณ์ที่ตัวละครเอกชายปฏิเสธว่า  โอรสองค์แรกของตัวละครเอกหญิงไม่ใช่สายโลหิตของตน  5)เหตุการณ์ที่ตัวละครเอกหญิงให้กำเนิดโอรสหรือธิดาในระหว่างทำสงคราม  6)เหตุการณ์ที่โอรสหรือธิดาต้องพลัดพรากจากตัวละครเอกชายหญิง จึงอนุมานได้ว่า ผู้แต่งนวนิยายจีนแปลงเรื่องเจ็งฮองเฮาน่าจะได้รับอิทธิพลจากเนื้อหาของวรรณกรรมนิทานไทยเรื่องแก้วหน้าม้า          

    คำสำคัญ :แก้วหน้าม้า เจ็งฮองเฮา ลักษณะร่วมของเหตุการณ์

    Abstract

              This research study aims to compare the situations in the Thai tale “Kaew Na Ma” to those in the Chinese annals imitation novel “Jeng Hong Hao” to reflect that the author of the Chinese annals imitation novel “Jeng Hong Hao” could have been influenced by the contents of the Thai tale “Kaew Na Ma”.  The analysis reveals 6 comparable situations: 1) The situation in which the male and female protagonists first meet each other; 2) The situation in which the female protagonist meets a guru and receives fighting skills and magic items from the guru; 3) The situation in which the female protagonist is imprisoned;  4) The situation in which the male protagonist refuses to accept the female protagonist’s first son as his own; 5) The situation in which the female protagonist gives birth to a son or a daughter during a battle; and 6) The situation in which the son or the daughter is separated from the male and female protagonists.  It could, therefore, be assumed that the author of the Chinese annals imitation novel “Jeng Hong Hao” could have been influenced by the Thai tale  “Kaew Na Ma”. 

    Keywords :Kaew Na Ma, Jeng Hong Hao, The Shared Characteristics of Situations

    Preview PDF
  • 3

    การศึกษา “นิราศวังหลัง” ในฐานะเรื่องเล่า

    ดร.วรรณพร พงษ์เพ็ง

    หน้า : 33-44

    คลิกเพื่อดูบทคัดย่อ

    บทคัดย่อ

    บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่าเรื่อง และวิธีการนำเสนอเรื่องเล่าเกี่ยวกับวังหลัง  ใน “นิราศวังหลัง” จำนวน 8 สำนวน ของกวีรัตนโกสินทร์จำนวน 5 คน การศึกษานี้ได้ประยุกต์ใช้ทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องเล่า (Narratology) และวัจนลีลา (Stylistics) เพื่อวิเคราะห์ตัวบทนิราศ  จากการศึกษา พบว่า ภาพแทน (representation) ของวังหลังที่ถ่ายทอดโดยผู้เล่าเรื่องหลากประเภทข้างต้นมีทั้ง ภาพของผู้อุปถัมภ์ภาพของนักรบ และ สัญลักษณ์แห่งไตรลักษณ์   แตกต่างกันไปตามความประสงค์และสถานภาพของผู้เล่า  การเล่าเรื่องในตัวบทนิราศ แสดงให้เห็นว่า สถานภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่าเรื่อง(กวี) กับเรื่องที่เล่า(ตัวบทนิราศ)  มีผลต่อการเลือกใช้ถ้อยคำแสดงอารมณ์ความรู้สึก 2 ประเภท ได้แก่ ถ้อยคำแสดงสภาพของวังหลัง และถ้อยคำแสดงความทุกข์โศกจากการเห็นสภาพวัง ส่งผลให้ความรับรู้เกี่ยวกับ วังหลังอันเกิดจากการประกอบสร้างประวัติและความสำคัญ เป็นไปตามมุมมองของกวีที่เลือกนำเสนอภายในโครงสร้างของเรื่องเล่าประเภทนิราศ  

    คำสำคัญ :นิราศ วังหลัง เรื่องเล่า ภาพแทน วัจนลีลา

    Abstract

    This study aims to analyze the relation between narrators and narration techniques in  ‘Nirat Wang Lang’ which comprises 8 versions composed by 5 poets of Rattanakosin period. As for research methodology, this study has applied the theories of Narratology and stylistics as the main tool to analyze data sources. It founds that the representations of ‘Rear palace’ in this term could be categorized as a supporter, a warrior and a symbol of trinity. Such images are variously narrated with different purpose and statuses of narrators. There are two types of words employed to describe the characteristics of rear palace and sorrowfulness of poets. This causes the perception of ‘Wang Lang’ historical background and significances being shaped by poets narration within travelogue poem  structure.

    Keywords :Travelogue poem, Rear palace, Narratology, Representation, Stylistics

    Preview PDF
  • 4

    “ความเป็นแม่” ในหนังสือแนะนำการเตรียมความพร้อม

    อ.ปาลิตา ผลประดับเพ็ชร์

    หน้า : 45-58

    คลิกเพื่อดูบทคัดย่อ

    บทคัดย่อ

    บทความวิจัยนี้มุ่งนำเสนอชุดความคิดเกี่ยวกับความเป็นแม่ที่ปรากฏในหนังสือแนะนำวิธีการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นแม่ ผลการศึกษาพบว่าหนังสือดังกล่าวหล่อหลอม ผลิตซ้ำ ถ่ายทอดชุดความคิดเกี่ยวกับ “ความเป็นแม่” หลายชุดความคิด เช่น แม่ต้องมีรูปลักษณ์ที่ “ดูดี” หรือดูแลตัวเองเรื่องรูปลักษณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีรสนิยมและวิถีการดำเนินชีวิตที่ทันสมัย มีฐานะทางการเงินที่ดี มีการศึกษา มีคู่ครองที่ดี ชุดความคิดเหล่านี้    ถูกนำเสนอผ่านกลวิธีทางภาษาต่าง ๆ  ได้แก่ การเลือกใช้คำศัพท์ การใช้สหบท การใช้มูลบท การกล่าวอ้างว่าเป็นความจริง และการใช้วัจนลีลาแบบกันเอง

    คำสำคัญ :ความเป็นแม่ วาทกรรม กลวิธีทางภาษา หนังสือแนะนำการเตรียมความพร้อม

    Abstract

    This article aimed to display the idea of motherhood in the how-to book to prepare motherhood. This study found that those books constituted, reproduced and instruct the idea of motherhood,  for instance, mothers were supposed to have a “good” physical features or a perfect slender body, an up-to-date taste and lifestyle, good financial status, good education and a good spouse. These ideologies were conveyed through linguistic strategies including choice of words, intertextuality, presupposition, affirmation, and intimate speech styles.

    Keywords :motherhood, discourse, linguistic strategies, how-to book

    Preview PDF
  • 5

    Framework for Dialogic Teaching in English Reading Class: A Practice Guide for University Lecturers

    ดร.ปิยวรรณ รุ่งวรพงศ์

    หน้า : 59-76

    คลิกเพื่อดูบทคัดย่อ

    บทคัดย่อ

    งานวิจัยชิ้นนี้จัดทำขึ้นในบริบทรายวิชาการอ่านภาษาอังกฤษในระดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาองค์ประกอบที่สำคัญของการสอนแบบไดอาล็อกในรายวิชาการอ่านภาษาอังกฤษ (2) พัฒนากรอบแนวคิดในการจัดการสอนแบบไดอาล็อก และ (3) ประเมินผลการใช้กรอบแนวคิดดังกล่าว โดยเก็บข้อมูลสองระยะคือระยะพัฒนากรอบแนวคิด เก็บข้อมูลจากอาจารย์ที่สอนรายวิชาการอ่านภาษาอังกฤษ 18 ท่าน โดยการสำรวจชั้นเรียนโดยการสังเกต การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม ในระยะ  การประเมินผลผู้วิจัยได้นำกรอบแนวคิดที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในรายวิชาการอ่านของตนและเก็บข้อมูลจากรายงานผลการเรียนและผลประเมินความพึงพอใจของรายวิชาของนักศึกษาจำนวน 92 คนที่ลงทะเบียนในรายวิชานี้ ผลการวิจัยชี้ว่าการจัดการเรียนการสอนแบบไดอาล็อกในรายวิชาการอ่านภาษาอังกฤษมีองค์ประกอบหลายประการ  กรอบแนวความคิดได้แบ่งกระบวนการสอนวิชาการอ่านเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะก่อน ระหว่าง หลังการอ่าน และระยะก้าวพ้นชั้นเรียน แต่ละระยะมีวัตถุประสงค์และกิจกรรมที่แตกต่างกันไป ผลการวิจัยได้พิสูจน์ให้เห็นว่ากรอบแนวคิดที่นำเสนอในงานวิจัยชิ้นนี้จะทำให้การจัดการเรียนการสอนเป็นระบบมากขึ้นซึ่งนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักศึกษาที่สูงขึ้น

    คำสำคัญ :การสอนแบบไดอาล็อก มหาวิทยาลัยในประเทศไทย รายวิชาการอ่านภาษาอังกฤษ

    Abstract

    This research was undertaken in the context of English reading class in Thailand universities. The research aimed to (1) identify essential elements of dialogic teaching in English reading class,  (2) develop the framework for promoting dialogic teaching, and (3) evaluate the framework. Data were collected in two stages: framework developmental stage and framework evaluation stage. In the developmental stage, data were collected from eighteen lecturers of English reading. The instruments included classroom observation survey, semi-structured, interviews and non-participant observation.  Data obtained were analyzed and crafted as a framework. In the evaluation stage, the framework was implemented in the researcher’s reading class, which had ninety-two students. Data were drawn from students’ grade reports and students’ evaluation of the courses.  The results showed that dialogic teaching in a reading class is multi-faceted. The framework proposed in the study divides reading lessons into four stages: pre-, while-, post- and beyond- stages. Each stage has different aims and involves a wide range of activities. The framework enables the lecturer to manage dialogic teaching in a more systematic way, which results in better learning outcomes and higher students’ satisfaction of the course.

    Keywords :dialogic teaching, Thailand’s universities, English reading class

    Preview PDF
  • ทั้งหมด 8 บทความ : 2 หน้า : 1 [ 2 ] Next>>